ม.นเรศวร นำน้ำเสียหมุนเวียน ลดการใช้น้ำใหม่ สนับสนุนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านการจัดการน้ำ (Sustainable Development Goal 6: Clean Water and Sanitation) โดยเฉพาะการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ผ่านระบบน้ำหมุนเวียน (Water Recycling) เพื่อลดการใช้น้ำใหม่และสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

พื้นที่ทั้งหมดของมหาวิทยาลัยครอบคลุมกว่า 2,167,624 ตารางเมตร โดยมีพื้นที่สีเขียวคิดเป็น 55.35% ของพื้นที่รวม ซึ่งประกอบด้วยสนามหญ้า สวนดอกไม้ ต้นไม้ และพื้นที่ป่า พื้นที่เหล่านี้ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้น้ำในการรดต้นไม้และบำรุงรักษา

เพื่อให้การดูแลพื้นที่สีเขียวเป็นไปอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการระบบบำบัดน้ำเสียและนำกลับมาใช้ใหม่ โดยในแต่ละปีมหาวิทยาลัยผลิตน้ำเสียประมาณ 1,090,752 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วถึง 72% หรือประมาณ 783,996 ลูกบาศก์เมตร ถูกนำกลับมาใช้เพื่อดูแลพื้นที่สีเขียวของมหาวิทยาลัย

ผลลัพธ์และความยั่งยืน การนำน้ำหมุนเวียนกลับมาใช้ในระบบนอกจากจะช่วยลดการใช้น้ำประปาใหม่แล้ว ยังช่วยลดต้นทุนในการจัดหาน้ำ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว มหาวิทยาลัยนเรศวรแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมาย SDG 6

โครงการน้ำหมุนเวียนนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างชาญฉลาดในภาคการศึกษา และส่งเสริมการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการจัดการทรัพยากรน้ำในกลุ่มนักศึกษา บุคลากร และชุมชนโดยรอบ เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน

ม.นเรศวร ติดตั้งกังหันพลังงานแสงอาทิตย์ บำบัดน้ำเสีย ลดใช้พลังงานไฟฟ้า

มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่ง SDG 6 ว่าด้วยการจัดการน้ำสะอาดและสุขาภิบาลเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นพัฒนา

หนึ่งในโครงการสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นดังกล่าว คือ โครงการเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar-Powered Aerator) โดยกองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องเติมอากาศที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดและยั่งยืน เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ บำบัดน้ำเสีย และลดปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย

เครื่องเติมอากาศนี้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทนพลังงานไฟฟ้าจากมอเตอร์ AC 2 แรงม้า (2Hp) ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ หากเปรียบเทียบกับการใช้งานมอเตอร์ AC วันละ 5-7 ชั่วโมง เครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์สามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 9,000 – 12,000 บาทต่อปี ต่อเครื่อง นอกจากนี้ การติดตั้งทั้งหมด 16 เครื่องในบริเวณพื้นที่น้ำสำคัญ ได้แก่

  • สระสองกษัตริย์
  • สระบรมดิลก
  • สระเอกกษัตริย์
  • สระมณีรัตนา
  • สระน้ำประตู 6

นอกจากผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจแล้ว โครงการนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมาย SDG 6 ในการส่งเสริมการเข้าถึงน้ำสะอาดอย่างยั่งยืนและสนับสนุนการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำเร็จที่ยั่งยืน โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานและประหยัดค่าไฟฟ้า แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้เทคโนโลยีสีเขียวในภาคการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเสริมสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรและนักศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและพลังงาน

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าส่งเสริมโครงการที่สอดคล้องกับ SDGs เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องในอนาคต

นิสิตจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ ศึกษาดูงานเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียที่สถานีบำบัดน้ำเสีย

เมื่อวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2566 เวลา 15.00 น. บุคลากรกองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานนิสิตจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 67 คน พร้อมด้วย ดร.กนกทิพย์ จักษุ ที่ได้เข้ามาศึกษาดูงานในรายวิชา “เทคโนโลยีการบำบัดและการจัดการน้ำเสีย” ที่สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของมหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่คณะนิสิตเกี่ยวกับการจัดการน้ำเสียและการบำบัดน้ำเสียในระดับมหาวิทยาลัย โดยที่สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของมหาวิทยาลัยนเรศวรถือเป็นต้นแบบที่สำคัญในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 6) ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การศึกษาดูงานในครั้งนี้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ ในการบำบัดน้ำเสีย ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บรวบรวมน้ำเสีย การกรอง การบำบัดทางชีวภาพไปจนถึงกระบวนการที่ช่วยในการผลิตน้ำสะอาดที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่ดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งช่วยให้คณะนิสิตมีความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

บรรยากาศของการศึกษาดูงานในครั้งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและน่ารัก โดยบุคลากรกองอาคารสถานที่ได้อธิบายและให้ข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อให้คณะนิสิตสามารถเข้าใจถึงกระบวนการที่ซับซ้อนในการบำบัดน้ำเสีย และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการน้ำเสีย ซึ่งเป็นการส่งเสริมการจัดการทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 6) ของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในด้านนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการแพร่กระจายมลพิษทางอากาศฯ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการชุมชนในประเด็นภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ

โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการแพร่กระจายของมลพิษทางอากาศด้านฝุ่นควัน เพื่อสนับสนุนการวางแผนและการบริหารจัดการชุมชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ทั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขามาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์

บทบาทสำคัญของเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ
ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย ได้กล่าวปฐมบทในหัวข้อ “บทบาทการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสำหรับพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย” โดยเน้นความสำคัญของการใช้ข้อมูลทางภูมิสารสนเทศ (GIS) ในการวิเคราะห์และคาดการณ์ความเสี่ยงต่อภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมและฝุ่นควัน

ในส่วนของวิทยากร นำโดยนายวรฤทธิ์ ประเสริฐ และนางสาวกมลฉัตร ศรีจะตะ จากสถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนล่าง (GISTNU) ได้นำเสนอเทคนิคการใช้ซอฟต์แวร์และการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่

ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ
โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน เช่น อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ สถานวิจัยความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับการสนับสนุนจากโปรแกรม ERASMUS+ ของสหภาพยุโรปผ่านโครงการ SECRA และ FOUNTAIN

การตอบโจทย์ SDG 13
กิจกรรมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) เป้าหมายที่ 13: การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเน้นการเตรียมความพร้อมของชุมชนท้องถิ่น และส่งเสริมการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนและมีความต้านทานต่อภัยพิบัติ

การดำเนินงานนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ที่มา: คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวรใส่ใจนิสิต ติดตั้งเครื่องกรองน้ำในหอพัก บริการน้ำดื่มฟรี

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ รวมถึงด้าน SDG 6: การจัดการน้ำและสุขาภิบาลที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงน้ำสะอาดและการจัดการด้านสุขาภิบาลอย่างมีคุณภาพสำหรับทุกคน หนึ่งในโครงการสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นนี้ คือ โครงการติดตั้งเครื่องกรองน้ำในหอพักนิสิต

รายละเอียดโครงการติดตั้งเครื่องกรองน้ำในหอพักนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ติดตั้งเครื่องกรองน้ำให้บริการนิสิตใหม่ในทุกอาคารหอพัก รวมจำนวนทั้งสิ้น 30 เครื่อง โครงการนี้เกิดจากความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของนิสิตนอกห้องเรียน โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้นิสิตสามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยได้อย่างเท่าเทียม

วัตถุประสงค์ของโครงการ
  1. ส่งเสริมสุขภาพของนิสิต การมีน้ำดื่มสะอาดในพื้นที่อยู่อาศัยช่วยลดความเสี่ยงจากโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำไม่สะอาด เช่น โรคทางเดินอาหาร หรือการปนเปื้อนจากสารเคมี
  2. ลดต้นทุนและสนับสนุนความยั่งยืน นิสิตไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดปริมาณขยะพลาสติกในพื้นที่
  3. สร้างความเท่าเทียมในด้านการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐาน การติดตั้งเครื่องกรองน้ำในทุกอาคารของหอพัก ช่วยให้นิสิตทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างทั่วถึง
ผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
  1. สนับสนุนการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องกรองน้ำที่ติดตั้งช่วยให้สามารถใช้น้ำอย่างประหยัดและลดการสูญเปล่า น้ำดื่มสะอาดช่วยลดการพึ่งพาน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งส่งผลดีต่อระบบนิเวศในระยะยาว
  2. ลดปริมาณขยะพลาสติก การส่งเสริมนิสิตใช้น้ำดื่มจากเครื่องกรองน้ำในหอพัก แทนการใช้น้ำดื่มบรรจุขวด ลดปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ
  3. เสริมสร้างสุขภาวะที่ดี (SDG 3) น้ำสะอาดเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ซึ่งช่วยสนับสนุนเป้าหมาย SDG 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

กระบวนการดำเนินงาน มหาวิทยาลัยได้ดำเนินงานอย่างรอบคอบในทุกขั้นตอน เพื่อให้โครงการนี้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของนิสิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

  1. สำรวจความต้องการ
    สำรวจความคิดเห็นของนิสิตและตรวจสอบสภาพความพร้อมของหอพัก เพื่อกำหนดจำนวนและตำแหน่งการติดตั้งเครื่องกรองน้ำ
  2. คัดเลือกเครื่องกรองน้ำคุณภาพสูง
    เลือกใช้เครื่องกรองน้ำที่ได้รับมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพในการกรองสิ่งปนเปื้อน เช่น สารเคมี โลหะหนัก และจุลินทรีย์
  3. ติดตั้งและดูแลรักษา
    มีการติดตั้งในจุดที่สะดวกต่อการใช้งาน พร้อมทั้งจัดให้มีการดูแลรักษาและเปลี่ยนไส้กรองน้ำอย่างสม่ำเสมอ

ความมุ่งมั่นในอนาคต มหาวิทยาลัยมีแผนจะขยายโครงการด้านการจัดการน้ำไปยังพื้นที่อื่น เช่น อาคารเรียน โรงอาหาร และศูนย์กีฬาของมหาวิทยาลัย รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ในหมู่นิสิตและบุคลากรเกี่ยวกับการใช้น้ำอย่างประหยัดและยั่งยืน

โครงการติดตั้งเครื่องกรองน้ำในหอพักนิสิตของมหาวิทยาลัยนเรศวรสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตนิสิต พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนด้าน SDG 6 และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย ด้วยแนวทางที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเป็นสถาบันที่ใส่ใจและพัฒนาชุมชนในทุกมิติ

ม.นเรศวร ดูแลจัดการทรัพยากรน้ำและบำบัดน้ำเสียอย่างยั่งยืน ด้วยเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 6) โดยมุ่งเน้นการดูแลจัดการทรัพยากรน้ำและการบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดปัญหาน้ำเน่าเสียและเพิ่มความสะอาดของแหล่งน้ำ โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการบำรุงรักษาเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) ที่ใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ในการทำงาน

ในวันที่อากาศร้อนแรง บุคลากรกองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัยได้ออกมาดูแลทำความสะอาดเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ เพื่อส่งเสริมกระบวนการบำบัดน้ำและลดการเกิดน้ำเน่าเสีย การทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้แผงโซล่าเซลล์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานในการขับเคลื่อนเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำ โดยการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานหลักที่สะอาดและยั่งยืน

การดำเนินงานในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 6) ในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักถึงการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน.

ที่มา: ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร บริการน้ำดื่มฟรี

หอพักนิสิต มีจุดบริการน้ำดื่มฟรีที่ผ่านขั้นตอนการกรองน้ำอย่างมีคุณภาพ โดยมีการเปลี่ยนไส้กรองน้ำใหม่เพื่อสุขอนามัยของทุกคน ดื่มน้ำสะอาดพร้อมติดตั้งบนเครื่องทำน้ำร้อน น้ำเย็น เพื่อให้บริการแก่นิสิตในหอพักมหาวิทยาลัยนเรศวร

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อการบริการนิสิตในมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีจุดบริการน้ำดื่มฟรีที่ถูกสุขอนามัย บริการทั้งในส่วนอาคารเรียนต่างๆ และหอพักนิสิต รวมถึงบุคลากร ให้เข้าถึงบริการน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัยถูกหลักสุขอนามัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ที่มา: หอพักนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร NU Dorm

“NU Going Green” เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นภาชนะปลูกต้นไม้ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านโครงการ “NU Going Green” ที่มุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ โดยตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในเป้าหมายนี้ คือการเปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า

เปลี่ยนขวดพลาสติกให้กลายเป็นภาชนะเพาะชำ บุคลากรกองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัย ได้ริเริ่มโครงการที่สร้างสรรค์โดยนำขวดพลาสติกที่ไม่ได้ใช้งาน มาประยุกต์เป็นภาชนะเพาะชำสำหรับปลูกถั่วบราซิลและพืชประดับต่างๆ ทดแทนการใช้ถุงเพาะชำพลาสติกทั่วไป วิธีนี้ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในมหาวิทยาลัย แต่ยังส่งเสริมการใช้งานวัสดุอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

เพิ่มพื้นที่สีเขียวและจุดพักผ่อน พื้นที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่มีความร่มรื่น โดยมีการปลูก ถั่วบราซิล (Arachis pintoi) ซึ่งเป็นพืชที่เหมาะสมกับการคลุมดิน เนื่องจากมีอัตราการเจริญเติบโตที่เร็วและสามารถป้องกันการชะล้างหน้าดินได้ดี นอกจากนี้ ยังมีการปลูกไม้ประดับอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อเสริมความสวยงามและเพิ่มความหลากหลายของพืชในพื้นที่

การใช้น้ำจากระบบบำบัด อีกหนึ่งแนวทางที่สำคัญของโครงการนี้คือการใช้น้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วมารดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ช่วยลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรน้ำ และยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในบริบทของการพัฒนาสีเขียว

ลักษณะและประโยชน์ของถั่วบราซิล ถั่วบราซิลเป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดิน มีลักษณะใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยมีขนาดเล็กและดอกสีเหลืองสดใสที่ออกดอกตลอดปี จึงเหมาะสำหรับการปลูกเป็นพืชคลุมดินเพื่อเพิ่มความเขียวขจีในพื้นที่ ข้อดีที่สำคัญของถั่วบราซิลคือการเจริญเติบโตที่เร็ว และสามารถขยายพันธุ์ง่ายด้วยวิธีการปักชำ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการพังทลายของดินและเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่

บทบาทของมหาวิทยาลัยในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการ “NU Going Green” เป็นตัวอย่างที่ดีของการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นแบบอย่างที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับสถาบันอื่นๆ ในการมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมาย SDGs อย่างยั่งยืน.

การผลิตน้ำประปา การจัดหาน้ำสะอาดและการจัดการคุณภาพน้ำของมหาวิทยาลัยนเรศวร

วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม 2566 เวลา 14.00 น. บุคลากรกองอาคารสถานที่ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานนิสิตคณะสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม ชั้นปีที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2565 จำนวน 67 คน อาจารย์ ณัฐพงศ์ โปรยสุรินทร์ พร้อมด้วยคณาจารย์ เพื่อเข้ามาศึกษาดูงานการผลิตน้ำประปา การจัดหาน้ำสะอาดและการจัดการคุณภาพน้ำของมหาวิทยาลัยนเรศวร บรรยากาศเป็นไปด้วยน่ารักและความอบอุ่น ณ โรงผลิตน้ำประปา มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า

วันอนุรักษ์น้ำโลก หรือ World Water Day ตรงกับวันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของมวลมนุษยชาติเลยทีเดียว เพราะมนุษย์เราต้องใช้ทรัพยากรน้ำในการดำรงชีวิต

วันอนุรักษ์น้ำโลก มีจุดเริ่มต้นจากการประชุมเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในวันที่ 22 มีนาคม ปี 1992 ที่มีเนื้อหาสำคัญโดยตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรน้ำของมนุษย์ จึงมีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมที่จะเป็นแผนแม่บทให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้เฝ้าระวังทรัพยากรน้ำในประเทศนั้น ๆ และในวันนั้นเองสมัชชาทั่วไปแห่งสหประชาชาติก็ได้ออกประกาศให้วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี เป็นวัน World Water Day หรือ วันอนุรักษ์น้ำโลก

โดยทางองค์การสหประชาชาติจะกำหนดธีม หรือหัวข้อประเด็นของวันอนุรักษ์น้ำโลกในแต่ละปีแตกต่างกันออกไป ซึ่งแม้การรณรงค์ในวันน้ำโลกจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาได้ แต่การกำหนดหัวข้อของวันน้ำโลกในแต่ละปีนั้นถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำที่เชื่อมโยงกับประชากรโลกได้เป็นอย่างดี และในปี 2023 ได้กำหนดธีมรณรงค์ไว้ คือ Partnerships and Cooperation for Water

มหาวิทยาลัยนเรศวร เล็งเห็นถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมการอนุรักษ์น้ำ และตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย หมุนเวียนการใช้น้ำเพื่อลดการใช้อย่างศูนย์เปล่าโดยการนำน้ำเสียจากชุมชนรอบมหาวิทยาลัยเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของมหาวิทยาลัย ก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติหรือนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป เช่น รดน้ำต้นไม้ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในเรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ การรณรงค์ร่วมมือกันประหยัดน้ำ โดยมี อาจารย์ บุคลากร และนิสิต เข้ามามีส่วนร่วม “รู้คุณค่า และใช้น้ำให้เกิดประประโยชน์”

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อการบริการนิสิตในมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีจุดบริการน้ำดื่มฟรีที่ถูกสุขอนามัย บริการทั้งในส่วนอาคารเรียนต่างๆ และหอพักนิสิต รวมถึงบุคลากร ให้เข้าถึงบริการน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัยถูกหลักสุขอนามัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และให้ความรู้ในด้านการบริหารจัดการน้ำ ทั้งน้ำสะอาดและน้ำเสีย ให้ความรู้กับหน่วยงาน นิสิต และภาคประชาชนที่สนใจ เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานและชุมชน รวมถึงมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขกฤติเกี่ยวกับแหน่งน้ำ หรือโรคที่มากับน้ำ ผ่านความร่วมมือและงานวิจัย เป็นต้น

ที่มา: kapook.com

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin